Product And Technology

Technology

ขบวนการปรับปรุงและฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ แม่น้ำ และลำคลอง โดยวิธีออกซิเดชั่นชีวภาพ (Biological Contact Oxidation)

1)   กล่าวโดยทั่วไป
       ขบวนการแก้ไข ปรับปรุง การเน่าเสียของน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง ลำราง ฯลฯ มีหลายวิธีการ ที่ง่ายและเก่าแก่ที่สุด ได้แก่ การขุดลอกตะกอนเน่าเสียออก และระบายน้ำใหม่เข้ามาแทนที่   การดำเนินงานดังกล่าวเป็นงานใหญ่ ต้องใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถแบคโฮ, เครื่องสูบโคลนตะกอน, รถหรือเรือบรรทุกตะกอน มักจะมีปัญหากับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากจะเกิดการพังของดินริมตลิ่ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน, มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และสัตว์น้ำ ทำให้ระบบนิเวศน์เสียหาย และเป็นวิธีการที่แก้ไขน้ำเน่าเสียในระยะเวลาสั้นๆ โดยใช้เวลาไม่นาน น้ำก็จะเน่าเสียเหมือนเดิม เนื่องจากมีการทิ้งน้ำเสียจากชุมชนที่ไม่ได้มีระบบบำบัดน้ำเสีย น้ำก็จะกลับมาเน่าเสียเหมือนเดิม จัดเป็นการแก้ไขที่ไม่ยั่งยืน

          ดังนั้น เพื่อเป็นการปรับปรุงแก้ไขแม่น้ำ ลำคลองอย่างบูรณาการ วิธีการบำบัดชีวภาพ โดยวิธีออกซิเดชั่นชีวภาพ (Biological contact oxidation) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรนำมาใช้ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า การบำรุงดูแลรักษาที่ง่ายกว่า
ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสมกับโครงการฟื้นฟูและแก้ไขน้ำเน่าเสียในแหล่งน้ำ และคูคลอง ในปัจจุบัน ไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ทางน้ำให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน


2)   รายละเอียดขบวนการออกซิเดชั่นชีวภาพ (Biological contact oxidation)
       ระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพแบบ (Biological contact oxidation) เป็นระบบบำบัดน้ำเน่าเสียในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำผิวดิน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูงให้ผลสัมฤทธิ์ที่รวดเร็ว (เห็นผลภายใน 15-20 วัน) น้ำที่ผ่านระบบนี้จะมีคุณภาพอยู่ในมาตรฐานน้ำทิ้งของราชการ (ค่า BOD5 น้อยกว่า 20 มิลลิกรัม/ลิตร) สีดำและกลิ่นเหม็นในน้ำเสียจะถูกกำจัด ทำให้น้ำที่ผ่านระบบอยู่ในสภาพที่ดี (good sense) และความใสของน้ำจะสามารถมองเห็นได้ลึกกว่า 0.30 เมตร

                          

           หัวใจการทำงานที่สำคัญของระบบ ออกซิเดชั่นชีวภาพ (Biological contact oxidation)
เป็นการผสมผสานของการปรับสภาพน้ำโดยการเติมอากาศ, การหมุนเวียนของตะกอน และการใช้เอ็นไซม์ (Enzyme)
ที่เหมาะสมกับชนิดของน้ำเสีย เป็นระบบที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในน้ำเพื่อเป็นการฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

          ขบวนการทำงานจะสร้างโซนพื้นที่หลักเป็นสองส่วน คือ โซนเติมอากาศ (aeration zone) และโซนชีวภาพ (Biotic Zone) มีรายละเอียดและขบวนการทำงาน ดังนี้ :

      2.1)  โซนเติมอากาศ (aeration zone)
               เป็นพื้นที่สำหรับเตรียมน้ำเสียให้มีสภาพพร้อมในการย่อยสลายโดยการดำเนินการติดตั้งระบบเติมอากาศ (aeration system) โดยเครื่องเติมอากาศ (air blower) และท่อหรือหัวจ่ายอากาศ (air-diffuser) ที่พื้นแหล่งน้ำ 

      2.2)   โซนชีวภาพ (Biotic zone)
               โซนนี้เป็นหัวใจสำคัญของระบบ ใช้เอ็นไซม์ (Enzyme) ที่เหมาะสมกับชนิดของน้ำเสีย ร่วมกับจุลินทรีย์ตามธรรมชาติที่มีอยู่ ทำการย่อยสลายสิ่งสกปรกที่ละลายอยู่ในน้ำได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถควบคุมการเกิดมลพิษและปรับสภาพสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง


               เอกลักษณ์โดยเฉพาะของระบบดังกล่าวคือ สร้างขอบเขตพื้นที่อาศัยอยู่ของจุลินทรีย์ Bioreactor farm โดยการติดตั้ง Bio media เรียงกันคล้ายเป็นหญ้าน้ำหรือสาหร่ายที่พื้นแหล่งน้ำ โดยที่อาหารจากสิ่งสกปรกในน้ำที่ได้ผ่านมาจากโซนการเติมอากาศ (Aeration zone) จะมีการออกซิเดชั่นอย่างสมบูรณ์ และถูกทำให้ย่อยสลาย เมื่อไหลผ่านในโซนชีวภาพดังกล่าวนี้ อันจะทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในโซนนี้ดำรงชีพ เจริญเติบโต และแพร่พันธ์ุอยู่ได้เป็นเวลานานหลายปี น้ำเน่าเสียที่มีกลิ่นเหม็นสีดำน่ารังเกียจ จะถูกกำจัดอย่างสิ้นเชิงในโซนนี้ และทำให้น้ำหลังผ่านการบำบัดมีสภาพที่ดี มีความใส มองเห็นได้ลึกกว่า 0.3 เมตร และมีคุณภาพอยู่ในมาตรฐานน้ำทิ้งของทางราชการ

 

ตัวอย่างจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ

 

Powered by MakeWebEasy.com